วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ปราสาทเขาพระวิหาร

                                                                                เขาพระวิหาร
คณะกรรมการมรดกโลกขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก(UNESCO)ได้มีการคัดเลือกและขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2515 เพื่อเป็นการอนุรักษ์และเชิดชูคุณค่าของแหล่งมรดกโลกที่มีทั้งสิ่งงดงามล้ำค่าที่ธรรมชาติสร้างขึ้นและแหล่งมรดกโลกอันทรงคุณค่าที่มนุษย์สร้างสรรค์ เพื่อปกป้องรักษาให้ดำรงคงอยู่เป็นมรดกแห่งมวลมนุษยชาติต่อไป ซึ่งปัจจุบันมีมรดกโลกทั้งสิ้น 830 แห่ง ใน 138 ประเทศทั่วโลก แบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 644 แห่ง มรดกโลกทางธรรมชาติ 162 แห่ง และอีก 24 แห่งเป็นแบบผสมทั้งสองประเภท
       

       เมืองไทยของเรานั้นมีแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วถึง 5 แห่งด้วยกัน มีทั้งแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมและแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ ซึ่งหากเรามีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวและศึกษาคุณค่าของแหล่งมรดกโลกทั้ง 5 แห่งกันอย่างลึกซึ้ง ก็จะได้ทั้งความรู้ความเพลิดเพลินและเกิดความภาคภูมิใจในมรดกอันล้ำค่าของชาติร่วมกัน สัปดาห์นี้เราไปทำความรู้จักกับแหล่งมรดกโลกของไทยเพื่อร่วมภูมิใจกันอีกครั้ง
สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร 3 อุทยานประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง และมีความรุ่งเรืองในอดีตช่วงใกล้เคียงกัน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ.2534 โดยอาณาจักรสุโขทัยถือเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย เป็นศูนย์กลางความเจริญในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-19 เป็นยุคสมัยแห่งความรุ่งเรืองของอารยธรรมในทุกๆด้าน ทั้งด้านการเมืองการปกครอง การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม การติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ รวมทั้งการวางผังเมืองที่เต็มไปด้วยภูมิปัญญา ซึ่งถือเป็นยุคทองของประวัติศาสตร์ชาติไทยช่วงหนึ่งเลยก็ว่าได้ หลักฐานที่เหลืออยู่ยังคงยืนยันถึงความเจริญรุ่งเรืองและความงดงามของศิลปะสถาปัตยกรรมในอดีตของอาณาจักรสุโขทัยได้เป็นอย่างดี
      
       ในวันกลางฤดูฝนเช่นนี้ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการแวะเวียนไปเที่ยวชมอย่างยิ่ง เพราะลานหญ้ารอบๆโบราณสถานจะเขียวขจีสดใส ช่วยชุบชีวิตโบราณสถานให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น การเที่ยวชมโบราณสถานจะใช้วิธีนั่งรถรางที่มีวิทยากรพาชมพร้อมคำบรรยาย หรือจะเช่าจักรยานเที่ยวชมไปเรื่อยๆ ก็ได้บรรยากาศอิสระเพลิดเพลินไปอีกแบบ โดยจุดที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดชมก็เช่น วัดมหาธาตุ วัดชนะสงคราม วัดตระพังเงิน วัดสระศรี วัดศรีสวาย เป็นต้นส่วนด้านนอกกำแพงเมืองก็อย่าลืมไปเที่ยวชมวัดพระพายหลวง เตาทุเรียง ไปชมความยิ่งใหญ่ของพระอจนะ วัดศรีชุม พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะสุโขทัยอันงดงามอ่อนช้อย เช่นเดียวกับอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยและอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ที่ยังคงมีโบราณสถานรุ่นราวคราวเดียวกันที่งดงามสมบูรณ์ให้ชมกันอย่างเต็มอิ่ม
  พระนครศรีอยุธยา ราชธานีเก่าแก่ของไทยที่มีความเจริญรุ่งเรือง อย่างยาวนานถึง 417 ปี มีพระมหากษัตริย์ปกครองทั้งสิ้น 5 ราชวงศ์ จำนวน 33 พระองค์ ตั้งอยู่บนทำเลที่ตั้งอันอุดมสมบูรณ์จึงนับเป็นราชอาณาจักรที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางวิทยาการและศิลปวัฒนธรรมอย่างสูงยิ่ง มีการติดต่อค้าขายระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง มีการส่งราชทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีถึงทวีปยุโรปเลยทีเดียว
      
       แม้นราชธานีศรีอยุธยาจะถูกทำลายลงจากภัยสงคราม แต่ก็ยังคงเหลือโบราณสถานและโบราณวัตถุที่เป็นหลักฐานแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองและความมีอัจฉริยภาพของบรรพบุรุษชาวกรุงศรีอยุธยาได้เป็นอย่างดีเช่นโบราณสถานอันแสดงถึงศิลปะสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่งดงามอย่างวัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดพนัญเชิง วัดกษัตราธิราช วัดไชยวัฒนารามเป็นต้น หรือโบราณวัตถุอันล้ำค่าอย่างเครื่องทองจากกรุวัดราชบูรณะที่ตั้งแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา ซึ่งสะท้อนถึงความร่ำรวยทางศิลปะและความสมบูรณ์มั่งคั่งสมกับความเป็นแผ่นดินทองของกรุงศรีอยุธยาได้เป็นอย่างดี องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ.2534
แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง แหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญของไทยและภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ เป็นแหล่งที่ขุดค้นพบร่องรอยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์พร้อมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีอายุกว่า 5,600 ปี โดยทางกรมศิลปากรได้ขุดค้นพบซากโครงกระดูกมนุษย์โบราณและภาชนะเครื่องปั้นดินเผาที่มีรูปทรงและลวดลายงดงาม สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองที่บรรพบุรุษในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านเชียงสามารถจะผลิตภาชนะเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีความสวยงามเป็นอมตะมาจนถึงปัจจุบัน และมีร่องรอยความเจริญก้าวหน้าที่บ่งบอกว่ามนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านเชียงนั้นรู้จักทำการเกษตรกรรมและการเพาะปลูกมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์เลยทีเดียว ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ.2535
      
       เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร- ห้วยขาแข้ง แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติของเมืองไทยที่องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ.2534 ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าตะวันตกที่ครอบคลุมพื้นที่ 6 อำเภอ 3 จังหวัด ได้แก่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก อำเภอบ้านไร่ อำเภอลานสัก อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี อำเภอทองผาภูมิ และอำเภอสังขละ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีพื้นที่รวมกันกว่า 4 ล้านไร่หรือราว 6,427 ตารางกิโลเมตร และยังเป็นผืนป่าที่เชื่อมต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง และเทือกเขาในเขตพม่า ทำให้ผืนป่าตะวันตกแห่งนี้เป็นป่าผืนใหญ่ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่า ซึ่งป่าตะวันตกแห่งนี้ยังคงเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิดเช่น ช้าง เสือ กระทิง วัวแดง ควายป่า หมี เก้ง กวาง สมเสร็จ และเป็นถิ่นอาศัยของนกนานาชนิดโดยเฉพาะนกยูงไทยกำลังใกล้สูญพันธุ์
 ผืนป่าเขาใหญ่- ดงพญาเย็น นับเป็นแหล่งมรดกโลกล่าสุดของไทยที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2548 และเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 2 ของไทย ป่าผืนนี้ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอีก 1 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัดคือ นครราชสีมา สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว และบุรีรัมย์ โดยมีอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่ป่ารวมกันราว 3,874,863 ไร่ หรือ 6,155 ตารางกิโลเมตร เป็นผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงยิ่ง
      
       โดยในบรรดาพืชพรรณที่พบในเมืองไทยราว 15,000 ชนิดนั้นสามารถพบได้ในผืนป่าแห่งนี้ถึง 2,500 ชนิด และมีพืชพรรณที่พบเฉพาะในผืนป่าแห่งนี้ถึง 16 ชนิด เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่ากว่า 800 ชนิด โดยเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 112 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 209 ชนิด เป็นแหล่งอาศัยของนก 392 ชนิด โดยพบนกเงือกถึง 4 ชนิดในจำนวน 6 ชนิดที่พบในเมืองไทย และยังเป็นแหล่งธรรมชาติที่เอื้ออำนวยให้ประชาชนคนไทยสามารถจะเข้าไปท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติได้อย่างสะดวกสบาย
      
       แหล่งมรดกโลก 5 แห่งของไทยนับเป็นมรดกที่ทรงคุณค่าของคนไทยทุกคน และเป็นมรดกที่ทรงคุณค่าร่วมกันของมวลมนุษยชาติ ซึ่งก็คงจะเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะช่วยกันดูแลรักษามรดกอันล้ำค่าของชาติให้ดำรงคงคุณค่าตลอดไป




วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ชื่อพรรคการเมืองที่ลงเลือกตั้งในปี พ.ศ 2554



พรรคการเมือง

หมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย  จำนวนผู้สมัคร 125 คน  
หัวหน้าพรรค : นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ 
    ตราสัญลักษณ์พรรคเพื่อไทย          Yongyuth Wichaidit.jpg


หมายเลข 2 พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน  จำนวนผู้สมัคร 125 คน
หัวหน้าพรรค : นายแพทย์วรรณรัตน์  ชาญนุกูล   

พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน          วรรณรัตน์ ชาญนุกูล




หมายเลข 3 พรรคประชาธิปไตยใหม่  จำนวนผู้สมัคร 6 คน
หัวหน้าพรรค : นายสุรทิน พิจารณ์    

     




หมายเลข 4 พรรคประชากรไทย  จำนวนผู้สมัคร 13 คน
หัวหน้าพรรค : นายสุมิตร สุนทรเวช 

  พรรคประชากรไทย        สุมิตร สุนทรเวช

หมายเลข 5 พรรครักประเทศไทย  จำนวนผู้สมัคร 11 คน  
หัวหน้าพรรค : นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์     
พรรครักประเทศไทย         


หมายเลข 6 พรรคพลังชล  จำนวนผู้สมัคร 18 คน
หัวหน้าพรรค : นายเชาวน์ มณีวงษ์  
พรรคพลังชล            เชาวน์ มณีวงษ์



หมายเลข 7 พรรคประชาธรรม  จำนวนผู้สมัคร 25 คน
หัวหน้าพรรค : นายมุคตาร์ กีละ  
พรรคประชาธรรม        

หมายเลข 8 พรรคดำรงไทย  จำนวนผู้สมัคร 13 คน
หัวหน้าพรรค : นายโชติพัฒน์ สกุลดีเชิดชู  
พรรคดำรงไทย

หมายเลข 9 พรรคพลังมวลชน  จำนวนผู้สมัคร 8 คน
หัวหน้าพรรค : นายกรภพ ครองจักรภพ  
พรรคพลังมวลชน   



หมายเลข 10 พรรคประชาธิปัตย์  จำนวนผู้สมัคร 125 คน
หัวหน้าพรรค : นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  
พรรคประชาธิปัตย์       อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ



หมายเลข 11 พรรคไทยพอเพียง  จำนวนผู้สมัคร 3 คน
หัวหน้าพรรค : นายจำรัส อินทุมาร  
พรรคไทยพอเพียง       
        





หมายเลข 12 พรรครักษ์สันติ  จำนวนผู้สมัคร 64 คน
หัวหน้าพรรค : พลตำรวจโท ถวิล สุรเชษฐพงษ์  
 

พรรครักษ์สันติ





หมายเลข 13 พรรคไทยเป็นสุข  จำนวนผู้สมัคร 5 คน
หัวหน้าพรรค : นายประดิษฐ์ ศรีประชา  
พรรคไทยเป็นสุข 



หมายเลข 14 พรรคกิจสังคม  จำนวนผู้สมัคร 125 คน
หัวหน้าพรรค : นายทองพูล ดีไพร  
พรรคกิจสังคม



หมายเลข 15 พรรคไทยเป็นไทย  จำนวนผู้สมัคร 10 คน
หัวหน้าพรรค : นายตรีสัลล์ จันทน์เทียนเดชา  
พรรคไทยเป็นไทย



หมายเลข 16 พรรคภูมิใจไทย  จำนวนผู้สมัคร 125 คน
หัวหน้าพรรค : นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล  
พรรคภูมิใจไทย                   ชวรัตน์ ชาญวีรกูล



หมายเลข 17 พรรคแทนคุณแผ่นดิน  จำนวนผู้สมัคร 32 คน
หัวหน้าพรรค : นายวิชัย ศิรินคร  
พรรคแทนคุณแผ่นดิน         



หมายเลข 18 พรรคเพื่อฟ้าดิน  จำนวนผู้สมัคร 1 คน 
หัวหน้าพรรค : นางสาวขวัญดิน สิงห์คำ 


     พรรคเพื่อฟ้าดิน    


หมายเลข 19 พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย  จำนวนผู้สมัคร 30 คน 
หัวหน้าพรรค : นายโชติ บุญจริง
                                   
   




หมายเลข 20 พรรคการเมืองใหม่  จำนวนผู้สมัคร 24 คน
หัวหน้าพรรค : นายสมศักดิ์  โกศัยสุข  
พรรคการเมืองใหม่           



หมายเลข 21 พรรคชาติไทยพัฒนา  จำนวนผู้สมัคร 125 คน
หัวหน้าพรรค : นายชุมพล ศิลปอาชา  
พรรคชาติไทยพัฒนา        



หมายเลข 22 พรรคเสรีนิยม  จำนวนผู้สมัคร 8 คน
หัวหน้าพรรค : นายพุทธชาติ ช่วยราม  
พรรคเสรีนิยม                     



หมายเลข 23 พรรคชาติสามัคคี  จำนวนผู้สมัคร 9 คน
หัวหน้าพรรค : นายนพดล ไชยฤทธิเดช

พรรคชาติสามัคคี     
หมายเลข 24 พรรคบำรุงเมือง  จำนวนผู้สมัคร 14 คน
หัวหน้าพรรค : นายสุวรรณ ประมูลชัย  
พรรคบำรุงเมือง



หมายเลข 25 พรรคกสิกรไทย  จำนวนผู้สมัคร 2 คน
หัวหน้าพรรค : นายจำลอง  ดำสิม  
พรรคกสิกรไทย



หมายเลข 26 พรรคมาตุภูมิ  จำนวนผู้สมัคร 40 คน
หัวหน้าพรรค : พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน  
พรรคมาตุภูมิ         



หมายเลข 27 พรรคชีวิตที่ดีกว่า  จำนวนผู้สมัคร 4 คน
รักษาการแทนหัวหน้าพรรค : นางพูลถวิล ปานประเสริฐ  
พรรคชีวิตที่ดีกว่า





หมายเลข 28 พรรคพลังสังคมไทย  จำนวนผู้สมัคร 5 คน
หัวหน้าพรรค : นายวิวัฒน์ เลอยุกต์

พรรคพลังสังคมไทย           


หมายเลข 29 พรรคเพื่อประชาชนไทย  จำนวนผู้สมัคร 4 คน
หัวหน้าพรรค : นายดิเรก กลิ่นจันทร์  



หมายเลข 30 พรรคมหาชน  จำนวนผู้สมัคร 6 คน
หัวหน้าพรรค : นายอภิรัต ศิรินาวิน  
พรรคมหาชน



หมายเลข 31 พรรคประชาชนชาวไทย  จำนวนผู้สมัคร 5 คน
หัวหน้าพรรค : นายสุนทร ศรีบุญนาค  



หมายเลข 32 พรรครักแผ่นดิน  จำนวนผู้สมัคร 1 คน
หัวหน้าพรรค : นายประทีป ประภัสสร  



หมายเลข 33 พรรคประชาสันติ  จำนวนผู้สมัคร 34 คน
รักษาการแทนหัวหน้าพรรค : นายดลสวัสด์ ชาติเมธี  
พรรคประชาสันติ              เสรี สุวรรณภานนท์



หมายเลข 34 พรรคความหวังใหม่  จำนวนผู้สมัคร 125 คน
หัวหน้าพรรค : นายชิงชัย มงคลธรรม  
พรรคความหวังใหม่          ชิงชัย มงคลธรรม



หมายเลข 35 พรรคอาสามาตุภูมิ  จำนวนผู้สมัคร 3 คน
หัวหน้าพรรค : นายมนตรี เศรษฐบุตร
พรรคอาสามาตุภูมิ



หมายเลข 36 พรรคพลังคนกีฬา  จำนวนผู้สมัคร 103 คน
หัวหน้าพรรค : นายวนัสธนา สัจจกุล หรือ บิ๊กหอย  
พรรคพลังคนกีฬา          วนัสธนา สัจจกุล



หมายเลข 37 พรรคพลังชาวนาไทย  จำนวนผู้สมัคร 5 คน
หัวหน้าพรรค : นายสวัสดิ์ พบวันดี  



หมายเลข 38 พรรคไทยสร้างสรรค์  จำนวนผู้สมัคร 4 คน
รักษาการแทนหัวหน้าพรรค : นายวิษณุภตฆ์ พีรเจริญวงส์  
พรรคไทยสร้างสรรค์



หมายเลข 39 พรรคเพื่อนเกษตรไทย  จำนวนผู้สมัคร 23 คน
รักษาการแทนหัวหน้าพรรค : นายทรงเดช สุขขำ  
พรรคเพื่อนเกษตรไทย



หมายเลข 40 พรรคมหารัฐพัฒนา  จำนวนผู้สมัคร 2 คน
หัวหน้าพรรค : นางสาวนวลนิจ หงษ์วิวัฒน์



รายชื่อพรรคการเมือง ที่ลงสมัคเลือกตั้งในปี 2554